เรือขุด..ตำนานแห่งสายน้ำ

คนไทย” มีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับ “สายน้ำ” และ “ธรรมชาติ ” การสร้างบ้านสร้างเมือง สร้างชุมชน แต่โบราณกาลจะเลือกทำเลที่มี แม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำเป็นสำคัญเพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภค การสัญจร การเกษตรกรรมยังชีพแห่งชีวิต และชุมชน

“สายน้ำ” จึงเปรียบเสมือน “สายโลหิตของชีวิตคนไทย” มาแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ยันอนาคต เพราะ “น้ำ” คือ “ชีวิต”

มี “แม่น้ำลำคลอง” ก็ต้องมี “เรือ”

“เรือ” จึงเป็น “พาหนะสำคัญในวิถีชีวิตของชาวไทย” เรือดั้งเดิมคือเรือประเภทขุดจากไม้ขนาดไม่ใหญ่ เช่น เรือโกลนหรือเรือมาด อันเป็นต้นแบบของเรือที่ทำด้วยการขุด


ภายหลังได้มีการประดิษฐ์ เรือต่อ ที่ต่อขึ้นจากไม้กระดานหลายแผ่น ได้แบบอย่างมาจากจีนเรือเล็ก ๆ ที่ใช้ไปมาระหว่างเรือสำเภากับฝั่ง เรียกว่า เรือซำปังหรือสัมปั้น ก่อนจะวิวัฒนาการมาเป็นเรือต่ออีกหลายชนิด

“เรือยาว” เป็นเรือที่ขุดจากไม้ต้นเดียวตลอดทั้งลำ ไม้ที่นำมาขุดเรือยาว หรือ เรือแข่ง ได้แก่ ไม้ตะเคียน ไม้สำโรง ไม้มะหาด เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่นิยม เรือขุดจากไม้ตะเคียน

“ต้นตะเคียน” เป็นต้นไม้ที่มีกำหนดจากขุนเขาในเขตป่าดิบชื้น และป่าเต็งรัง ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นได้ดีบนที่ราบ หรือ ค่อนข้างราบใกล้ริมน้ำนิยมนำมาขุดเรือยาว เนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็ง เหนียว ลอยน้ำและพุ่งน้ำได้ดี น้ำหนักพอประมาณ ไม่ผุง่าย

“ การขุดเรือ” ช่างขุดเรือ ซึ่งเป็น “ ภูมิปัญญาชาวบ้านไทย ” จะพิจารณาดูลักษณะไม้ว่าจะเอาส่วนไหนทำ หัวเรือ หางเรือ และท้องเรือ ซึ่งช่างขุดเรือส่วนใหญ่จะนิยมใช้ โคนต้นไม้เป็นหัวเรือ ใช้ ปลายไม้เป็นท้ายเรือ บางช่างนำไม้ไปลอยน้ำ ด้านใดพลิกขึ้นด้านบนก็ขุดด้านนั้น ด้านตรงข้ามจะเป็นท้องเรือ บางช่างสังเกตุเนื้อไม้และการเหยียดของไม้ ถ้างอนหรือโอนจะขุดด้านนั้น


ส่วนตรงข้ามเป็นท้องเรือ แต่เดิมช่างขุดเรือในเขตภาคเหนือตอนล่างนิยมขุดเรือรูปทรงแบบงูไซคือ ปล่องกว้าง บริเวณส่วนกลางตัวเรือ ภายหลังนิยม รูปทรงเรือหัวโตท้ายเรียว คล้ายปลาช่อน เพราะเชื่อว่าจะเปิดน้ำได้ดีทำให้ เรือวิ่ง แต่บางช่างนิยมใช้ ปลายไม้ทำหัว โคนไม้ทำท้ายเรือลักษณะนี้ หัวเรียว ท้ายโต ก่อนขุด จะตั้งศาลเพียงตา อัญเชิญ นางไม้ขึ้นศาลฯ เมื่อขุดเรียบร้อยแล้ว จะเชิญขึ้นเป็น “แม่ย่านางประจำเรือ”

พิธีนำเรือลงน้ำ

เมื่อขุดเรือเสร็จ ตั้งชื่อเรือเรียบร้อย (รายละเอียดการตั้งชื่อค่อนข้างหลากหลายผมเลยขอยกไว้) ก็จะถึงขั้นตอนที่จะนำเรือลงน้ำ ก็จะต้องทำพิธีกรรมสำคัญอีกครั้ง โดยการตั้งศาลเพียงตา บวงสรวง เซ่นไหว้ เชิญแม่ย่านางลงเรือ หรือบางแห่งนิยมเรียกว่า สู่ขวัญเรือ โขนเรือก็จะตกแต่งด้วยผ้าแพรสีสันอันงดงาม ที่ปลายสุดของโขนนิยมทำธงชัยซึ่งลงยันต์ติดไว้พร้อมมีก้านช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ติดไว้ปลายสุดเครื่องตกแต่ง และบายศรี เครื่องเซ่นไหว้ ประกอบพิธีเบิกเนตร (ตาเรือ) บางครั้งอาจมีพิธีสงฆ์ทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล และรำถวายรับขวัญแม่ย่านาง

เอกลักษณ์เรือยาวประเพณีไทย : ภาคเหนือ

เรือทางภาคเหนือจะขุดเรือแบบมีกงกราบหนา ทั้งหัวเรือและท้ายเรือจะงอนเหมือนดาบ ไม่นิยมขึ้นไปแย่งชิงธง เช่น เอกลักษณ์ของเรือเมืองน่านที่มีความงดงามไม่เหมือนเรือแข่งจังหวัดใดในประเทศไทย คือ เป็นเรือที่ขุดจากไม้ตะเคียนหรือตะเคียนทองทั้งต้น เชื่อกันว่ามีความทนทานและผีนางไม้แรง โดยเฉพาะเอกลักษณ์ตรงหัวเรือหรือโขนเรือ ที่แกะสลักเป็นหัวพญานาคแบบล้านนา กำลังแสยะเขี้ยวแสดงอำนาจ ส่วนท้ายเรือสลักเป็นหางของพญานาค เชื่อกันว่าพญานาคมีความศักดิ์สิทธิ์ จะดลบันดาลให้ฝนฟ้าอุดมสมบูรณ์

คิดฮอด !!! เรือยาวเอกลักษณ์อีสาน

เป็นการขุดเรือยาวจากไม้ขอนขนาดใหญ่ ขุดเป็นเรือยาวมีความทีหนามากไม่มีกระดูกงู ไม่มี กง-หลัก , กง-รอง เน้นความคงทนแข็งแรง แต่จะมีเอกลักษณะการ เน้นตกแต่งเขียนลวดลายงดงาม ลักษณ์เฉพาะของอีสาน โขนหัวโขนท้ายเรือยาวมีเอกลักษณ์เฉพาะเรียกว่าหัวแหง่ม (เหมือนเขาวัวเขาควาย) ประดับธงระหว่างเขา ส่วนโขนท้ายจะติดธงหวาย(เหมือนหางวัวควาย) สะบัด เมื่อส่งท้ายหรือขย่มเวลาเล่นรื่นเริงในเรือ

เอกลักษณ์เรือยาวภาคใต้

เรือภาคใต้จะขุดแบบไม่มีกงและกราบเรือจะบาง ลักษณะเรือไต่คลื่น วิ่งได้เร็ว ส่วนใหญ่จะทำโขนเรืองอนไม่มากนัก มีโขนเรือกว้าง นิยมขุดเรือยาวขนาด 32 ฝีพาย ทำด้วยไม้แข็งแรง เพราะการแข่งขันเรือภาคใต้จะเอาธงชัยปักไว้กลางแม่น้ำ (ลุ่มน้ำหลังสวน) ทั้งนี้เพื่อจะได้ไต่ขึ้นไปชิงธงชัย ส่วนหางเรือจะงอนเหมือนแมงป่อง เพื่อเป็นที่ยันเท้าของคนคัดท้ายขณะที่พายเรือ ทั้งนี้ยังมีการแข่งในรูปแบบอื่นๆ และเรือที่เป็นเฉพาะอีกด้วย อาทิ การแข่งของลุ่มน้ำตาปี การแข่งเรือกอและที่มีลักษณะพิเศษของนราธิวาส

เอกลักษณ์เรือยาวประเพณีไทยภาคกลาง

เป็นเรือยาวมีโขนหัวและโขนท้ายแบนติดตายแต่บางลำก็ถอดได้ ซึ่งจะเอาไว้ประดับผ้าผูก ดอกไม้ และธง หรือเครื่องตกแต่งบูชา เครื่องทรง สมัยก่อนบางรำมีฐานะเป็นเรือรบก็จะมีการติดอาวุธ เรือยาวภาคกลางแบบดั้งเดิมจะ คอใหญ่ ลึก และมีความหนาของไม้ค่อนข้างมาก ซึ่งเรือยาวพิมพ์นิยมในปัจจุบันได้ปรับมาจากลักษณะเรือยาวภาคกลางนี้เป็นหลัก

ถ้วยพระราชทานการแข่งขันเรือยาวใบแรก

ถ้วยพระราชทานใบแรก (ขัน) ในประวัติศาสตร์ของวงการเรือยาวประเพณีไทย มรดกวัฒนธรรมแห่งสยามน้ำ เท่าที่ปรากฏหลักฐานสืบค้นได้ คือ ขันเงินพระราชทาน ซึ่งน่าจะเป็นขันเงินที่ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครชัยศรีตระเตรียมเพื่อทูลเกล้า ฯ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อทรงพระราชทานให้แก่ทีมเรือผู้ชนะ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ “ทีมเรือเหลืองประดับ” วัดทุ่งอุทุมพร สุพรรณบุรี ที่ชนะเลิศการแข่งขันเรือยาวหน้าพระที่นั่ง ณ บ้านหงษ์ ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๖ (ประทับแรมพลับพลาบ้านหงษ์ตำบลองครักษ์)

* เนื้อหาจากนิทรรศการ “มหกรรมเรือยาวขุดประเพณี”

ร่วมอนุรักษ์เรือยาวขุดประเพณีโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด