TBFA Story Chapter 7 – มาแค่ตัวเปล่า ไม่ต้องมีสตั๊ดก็ซ้อมได้ – “ปอ” พัสกร เชาวนะ

อีกหนึ่งในผลผลิตของ “ไทยเบฟ ฟุตบอล อะคาเดมี่” ที่ได้เติบโตจนปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพสมดั่งใจหวัง นั่นคือ “ปอ” พัสกร เชาวนะ มิดฟิลด์ตัวรุกที่เพิ่งอายุครบ 24 ปี ไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.64 ที่ผ่านมา

“เจ้าปอ” เล่าให้ฟังว่า “เริ่มแรกบ้านผมอยู่แถวรัชดา ซึ่งสถานที่เรียนเก่านั้นอยู่ไกลบ้านมาก ทำให้คุณพ่อก็พยายามพาหาที่เรียนฟุตบอลให้กับผม ก่อนที่คุณพ่อจะไปเห็นในหนังสือพิมพ์ลงว่า “ช้าง” เปิดศูนย์ฝึกฟุตบอล “ไทยเบฟ ฟุตบอล อะคาเดมี่” เปิดสอนทักษะฟุตบอลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และแถมอยู่ใกลบ้านของผมด้วย ทำให้คุณพ่อแนะนำและส่งไปเรียน ณ สถาบันฝึกลูกหนังแห่งนี้”

“สมัยที่เรียนที่ไทยเบฟ ฟุตบอล อะคาเดมี่ ตอนอายุประมาณ 12 ผมได้ประทับใจหลายอย่างที่นี่ เพราะทุกคนมีความอยากที่จะเล่นฟุตบอล แถมได้ความเป็นระเบียบเรียบร้อยเพราะทุกคนที่เรียนต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย เอาเสื้อเข้าในกางเกงทุกคน รวมไปถึงมีโค้ชที่เก่งมาก ซึ่งโค้ชทุกคนจะช่วยพัฒนาให้เราเล่นฟุตบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย”

“นอกจากนี้ยังอุปกรณ์การฝึกซ้อมต่างๆที่ทันสมัย รวมไปถึงหากได้รับบาดเจ็บระหว่างเรียนฟุตบอล สถาบันมีหมอที่คอยรักษาอย่างใกล้ชิดอีกด้วย อีกทั้งช่วงเรียนจบในแต่ละวัน สถาบันแห่งนี้ยังมีค่าตอบแทนอย่างเช่น อาหาร, นม, กล้วย และน้ำดื่ม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายหลังเรียน แถมยังให้และเสื้อไว้ใส่ตอนฝึกฟุตบอลอีกด้วย ทำให้รู้สึกประทับใจมากกับสถาบันแห่งนี้ครับ”

จากประสบการณ์ฝึกฟุตบอลกับ “ไทยเบฟ ฟุตบอล อะคาเดมี่” ทำให้ “เจ้าปอ” ได้เริ่มเส้นทางสายอาชีพลูกหนังอย่างที่ตัวเองได้ฝันไว้ตอนเด็กๆได้สำเร็จ โดยมีโอกาสติดทีม Fox Hunt ไปฝึกประสบการณ์ฟุตบอลกับเลสเตอร์ ซิตี้ และเริ่มเป็นพ่อค้าแข้งอาชีพตั้งแต่อายุ 19 ย่าง 20 ปี กับสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี ก่อนจะโชว์ฝีเท้าเป็นที่ประจักษ์แก่ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช จนถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ทันที

อย่างไรก็ตามหลังจากโลดแล่นเวทีฟุตบอลอาชีพกับโปลิศ เทโร เอฟซี, นครศรี ยูไนเต็ด, อยุธยา ยูไนเต็ด และล่าสุดเพิ่งเปิดตัวกับทัพ “ป้อมปราการ” สมุทรปราการ เอฟซี ลุยศึกไทยลีก 3 ฤดูกาล 2021-22 เพื่อร่วมไล่ล่าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกพระรองนั่นเอง

สุดท้ายนี้ พัสกร เชาวนะ ยังฝากถึงนักเตะเยาวชนรุ่นใหม่ที่สนใจมาฝึกศาสตร์ลูกหนังกับ “ไทยเบฟ ฟุตบอล อะคาเดมี่” ว่า “อยากให้น้องๆที่มีความฝัน จงมาต่อสู้กับเส้นทางที่ได้วางเป้าหมายเอาไว้ และสถาบันไทยเบฟแห่งนี้ เป็นโรงเรียนลูกหนังที่มีความเป็นมีอาชีพและเป็นผู้ให้วิชาฟุตบอลมากมายเหลือล้น”

“ไทยเบฟเคยบอกกับผมว่า “มาแค่ตัวเปล่า ไม่ต้องมีสตั๊ดก็ซ้อมได้” ขอแค่มีหัวใจที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และตั้งใจมุ่งมั่นเล่นอย่างเต็มที่ก็พอ อีกทั้งสถาบันแห่งนี้ไม่แบ่งชนชั้น ทุกคนเท่าเทียมกันหมด เพราะไทยเบฟ ฟุตบอล อะคาเดมี่ เป็นเหมือนผู้ให้และจะทำให้เรามีคุณภาพไปในทิศทางที่ดีขึ้นครับ”


Facebook – Por Chaowana
#TBFA #ThaiBevFootballAcademy #ThaiBev #TBFAStory#Chang #ThaiBevThaiTalent#มากกว่ากีฬาคือน้ำใจนักกีฬา