จากปาก ” วิทยา เลาหกุล ” กับคำนิยามที่ว่า ” ฟุตบอล คือ ชีวิต “

 

จุดเริ่มต้นในวงการฟุตบอล

 

ขอบคุณภาพจากนิตยสารฟุตบอลสยาม

 

ผมคิดว่ามันเกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัวของผมในวัยเด็ก ที่พี่น้องทุกคน ต่างเล่นฟุตบอลกันหมด มันทำให้ผมมี Passion และหลงรักกีฬาฟุตบอลโดยไม่รู้ตัว ประกอบกับที่ผมชอบอ่านหนังสือ และได้อ่านหนังสือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ มันมีหนทางไปสู่ การมีชื่อเสียง การมีเงิน และช่วงนั้นครอบครัวผมก็ลำบากมาก ถูกฟ้องให้ล้มละลาย เราก็เลยมีความต้องการที่อยากจะช่วยเหลือครอบครัว ด้วยการเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้

 

ผมมีเป้าหมายตั้งแต่เด็ก มันเป็นแรงจูงใจ และทำให้ผมต้องการไปให้ได้ เราได้อ่านขั้นตอนต่างๆ ว่าจะต้องทำอย่างไรได้บ้าง ตั้งแต่การไปติดทีมชาติให้ได้ และต้องไปเล่นฟุตบอลในทวีปยุโรป

 

ขอบคุณภาพจากนิตยสารฟุตบอลสยาม

 

ผมเป็นเหมือนคนบ้า ที่บ้าฟุตบอลอย่างมาก ผมซ้อมต่อปี รวมกันกว่า 600 ครั้ง ซ้อมทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เวลาเรียนก็พยายามเลือกเรียนโรงเรียนที่อยู่ใกล้ เพื่อที่จะได้มีเวลาซ้อมบอลทั้งตอนเช้าและตอนเย็น จนบางครั้งแม่ก็ยังด่าว่าผมเป็นคนบ้า

 

สิ่งสำคัญก็คือผมพยายามกำหนดเป้าหมายให้ตัวเองเสมอ ซึ่งน่าจะมาจากพี่ชายคนโต ที่เล่นฟุตบอลลีกสูงสุดของฟุตบอลไทยในเวลานั้น

 

จากนักเตะสู่การเป็นโค้ช

 

 

ผมหลงใหลฟุตบอลมาก จนไม่อยากให้มันหายไปจากชีวิตผม ผมอยากอยู่กับมันทั้งชีวิต แต่แน่นอนว่าเราไม่สามารถเล่นฟุตบอลไปได้ตลอด ผมก็มองหาเส้นทาง ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นการเป็นโค้ชที่ประเทศเยอรมัน เพราะผมรู้ว่า โรงเรียนฟุตบอลเยอรมัน คือสถานที่ที่ดีที่สุดในโลก

 

 

ผมเจอกับความท้าทายเยอะมาก เพราะในสมัยนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าฟุตบอลไทย ยังเป็นกึ่งสมัครเล่นอยู่ เราก็อยากจะกลับมาพัฒนา แต่ก็ต้องเจอกับความผิดหวัง และสุดท้ายก็ต้องไปรับงานที่ญี่ปุ่น ซึ่งมันเป็นอะไรที่ท้าทายมากๆ

 

เทคนิคการเป็นโค้ชสไตล์โค้ชเฮง

 

 

ถ้าพูดถึงตัวผม ด้วยตอนเป็นนักเตะ ผมเล่นเป็นตัวรุก ผมก็พยายามเน้นที่เกมรุก สไตล์การเล่นต้องสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ พยายามกดดันคู่ต่อสู้ พยายามครองบอล โจมตี และทำลายคู่ต่อสู้ และเอาชัยชนะมาครองให้ได้

 

 

และก็พยายามนำประสบการณ์จากจุดต่างๆที่ได้เจอมาจาก โค้ชเก่งๆที่ญี่ปุ่น และเยอรมัน มาผสมผสานกับงานของเราให้ออกมาดีที่สุด

 

สิ่งสำคัญที่จะทำให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

 

ขอบคุณภาพจากนิตยสารฟุตบอลสยาม

 

ผมถือคติ 3 อย่าง ทำงานหนัก มีวินัย และความสม่ำเสมอ เพราะนี่คือ 3 สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ได้ เพราะหากเราไม่สม่ำเสมอ ทำได้ดีแค่บางนัด บางช่วงเวลา มันก็จะเป็นปัญหา เพราะการจะเป็นนักฟุตบอลระดับนานาชาติได้ เราต้องทำผลงานให้ดีอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งความสม่ำเสมอตรงนั้น ก็จะมาจากการมีวินัย และการทำงานหนัก

 

การร่วมงานกับ ช้าง

 

 

การเรียนโค้ช มันจะทำให้นักฟุตบอลพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปอีก 30-40 เปอร์เซ็นต์ เพราะเขาจะมีความมั่นใจจากความเข้าใจ และไทยเบฟ ก็ใส่ใจในเรื่องนี้ ในการสร้างพื้นฐานเยาวชน ทั้ง โครงการ “ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก” เป็นคลินิกสอนฟุตบอลที่มีทั่วทั้งประเทศ ซึ่งมันก็ตรงจากหลักการ การพัฒนาฟุตบอลทั่วโลก ที่จะต้องเริ่มจากเยาวชน และ ผู้ฝึกสอน

 

 

มันคือควมฝันของผม ที่จะทำให้รากฐานของเยาวชนและผู้ฝึกสอน มีความแข็งแกร่ง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์ลูกหนัง หรือโครงการต่างๆ มันก็จะช่วยให้เด็กหรือโค้ชมีความเข้าใจในกีฬาฟุตบอลมากขึ้น

 

สิ่งที่ช้างจัดขึ้นมา มันตรงกับความฝันของผม และผมเชื่อว่าช้างและตัวผม มีเป้าหมายเดียวกัน คือการอยากเห็นนักฟุตบอลไทยสักคนหนึ่งก้าวไปประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ในยุโรป และระดับโลกในอนาคต