ช้าง” ระเบิดศึกแข้งโต๊ะเล็ก ฟุตซอล ไทยลีก 2019 เปิดสนามฟาดแข้ง 30 มีนาคมนี้

 

จากจุดเริ่มต้นของ “กีฬาฟุตบอล” สนามใหญ่ สู่ “กีฬาฟุตบอล” สนามเล็ก ที่ชาวอเมริกันเรียกกันว่า “ซอคเกอร์” หรือปัจจุบันเรารู้จักกันดีในชื่อ “ฟุตซอล” เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 165 ปีที่แล้วที่ประเทศแคนาดา ด้วยความแปรปรวนของสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาว จึงทำให้เหล่านักฟุตบอลไม่สามารถลงแข่งขันในสนามพื้นหญ้าในที่โล่งได้ จึงได้มีการเปลี่ยนสถานแข่งขันที่สู่สนามในร่ม โดยใช้โรงยิมบาสเกตบอลเป็นสนามแข่งขันแทน แต่สนามบาสเกตบอลนั้นมีพื้นที่ไม่มากนัก จึงทำให้จำนวนผู้เล่นจาก 11 คน ลดลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายสิ้นสุดที่ 5 คน เพราะเป็นจำนวนที่เหมาะสมต่อการเล่นในสนามบนพื้นที่อันจำกัด จึงทำให้เกิดกีฬาที่ดัดแปลงมาจากกีฬาฟุตบอล นั่น คือ “ฟุตซอล” และได้เป็นที่แพร่หลายในทุกทวีปทั่วโลก จนในที่สุดการแข่งขันฟุตซอล ก็ได้กลายเป็นกีฬายอดนิยม และเกิดการแข่งขันในระดับสโมสร ระดับทวีป จนถึงระดับโลกในปัจจุบัน

 

 

สำหรับประเทศไทย “กีฬาฟุตซอล” เริ่มต้นจากการแข่งขันฟุตบอล 11 คนเช่นกัน และได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและลดจำนวนผู้เล่นเป็น 9 คน, 7 คน และได้เกิดการแข่งขันฟุตบอลที่มีจำนวนน้อยที่สุดเพียง 5 คน ครั้งแรกในปี 1997 ในไทย โดยได้การตอบรับจากทีมสโมสรฟุตบอล เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 12 ทีม โดยเป็นความร่วมมือกันของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ การกีฬาแห่งประเทศไทย ในรายการ “STAR IN DOOR SOCCER 1997” และเป็นทีมสโมสรฟุตบอล “การท่าเรือแห่งประเทศไทย” ที่คว้าแชมป์เป็นครั้งแรก

 

 

และการแข่งขันในปีต่อมา ภายใต้ชื่อ “BANGKOK STAR INDOOR SOCCER 1998” ได้เพิ่มการแข่งขันจากทีมสโมสรสู่มือสมัครเล่น เปิดรับสมัครประชาชนทั่วไปลงแข่งขัน พร้อมจัดการแข่งขันในระดับเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ขึ้น โดย “ทีมกรุงเทพมหานคร” สามารถเอาชนะ แชมป์เก่า อย่าง “การท่าเรือ” ได้สำเร็จ ส่วนในรุ่นเยาวชน เป็นทีมมหาอำนาจลูกหนังใน “โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา” ที่คว้าแชมป์ไปครองหลังเอาชนะ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยไปได้สำเร็จ

 

 

ในปี 2000 ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตซอลขึ้น ในชื่อ ฟุตซอล ไทยแลนด์ แชมป์เปี้ยนชิพ 2000 โดยได้เปิดการแข่งแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศในรอบคัดเลือก เพื่อหาตัวแทนเข้าแข่งขันกับทีมสโมสรฟุตบอลจากไทยลีก โดยคัดเลือกให้เหลือ 24 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นทีมสโมสรทหารอากาศ  ได้แก่ทีมรองชนะเลิศ ได้แก่ สโมสรการท่าเรือแห่งประเทศไทย

 

ในปี 2006 เป็นยุคแห่งการยกระดับการแข่งขันสู่ฟุตซอล ไทยแลนด์ ลีก แบบเต็มตัว โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ระดับ คือ ไทยลีก 1 และดิวิชั่น 1 โดยมีทีม เริ่มก่อตั้งและเข้าร่วมเข้าร่วมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การท่าเรือ, ชลบุรี บลูเวฟ, สุราษฎร์ธานี ฟุตซอล คลับ, นนทบุรี ฟุตซอล คลับ, แคท ฟุตซอล คลับ,แบงค็อก บีทีเอส และสโมสรฟุตซอลราชนาวี

 

 

โดยเริ่มต้น ใช้ชื่อการแข่งขันว่า “ไทยแลนด์ ฟุตซอล ลีก” และได้เปลี่ยนเป็น “ฟุตซอล ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก” เพื่อให้สอดคล้องฟุตบอลในยุคนั้น และได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ “ฟุตซอล ไทยแลนด์ ลีก” โดยปัจจุบันใช้ชื่อการแข่งขันว่า “ฟุตซอล ไทย ลีก” ตามแบบการแข่งขันฟุตบอล ไทยลีกนั่นเอง

 

 

สำหรับ ฟุตซอล ไทยลีก ฤดูกาล 2019 จะเริ่มเปิดฤดูกาลในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ โดยในปีนี้มีทีมน้องใหม่ล่าสุด ดีกรีแชมป์ฟุตซอล ดิวิชั่น 1 อย่าง ธรรมศาสตร์ ยังบลัด และนนทบุรี ฟุตซอล คลับ อันดับ 2 ของดิวิชั่น 1 ที่ได้กลับสู่ไทยลีกอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมี สโมสรฟุตซอลการท่าเรือ ดีกรี แชมป์ 2 สมัยในปี 2008 และปีล่าสุด โดยสามารถกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ในรอบ 10 ปี จาก “ฉลามชลโต๊ะเล็ก” บลูเวฟ ชลบุรี ได้สำเร็จ พร้อมทวงบัลลังก์แชมป์ฟุตซอล เอฟเอ คัพ เช่นกัน พร้อมประกาศศักดาคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในปี 2018 ที่ผ่านมา

 

 

ด้านชลบุรี บลูเวฟ แชมป์ฟุตซอลไทยลีก 9 สมัย และรองแชมป์ 2 สมัย จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ในปีนี้ เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีทีมแบงค็อก บีทีเอส, สุราษฎร์ธานี ฟุตซอลคลับ, ห้องเย็นท่าข้ามสมุทรสาคร, กรมทางหลวง, ม.เกษมบัณทิต, บางกอก ซิตี้, ราชนาวี, ศรีสะเกษ ฟุตซอล คลับ และม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จะลงฟาดแข้งเพื่อชิงบัลลังก์แชมป์ ซึ่งจะทำการแข่งขันนัดแรกในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ต้องมาลุ้นกันว่าปีนี้จะเป็นทีมใดที่จะคว้าแชมป์ไปครอง

 

 

สำหรับแชมป์ฟุตซอลไทยลีก 2019 จะได้สัมผัสกับถ้วยรางวัลฟุตซอลโฉมใหม่ ส่งตรงจากประเทศอังกฤษ มูลค่ากว่า 13,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่า 400,000 บาท พร้อมรับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 5,000,000 บาท โดยทีมแชมป์จะได้รับเงินรางวัล 2,500,000 บาท รองแชมป์ รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท ส่วนอันดับ 3 รับเงินรางวัล 500,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ ดาวซัลโว นักเตะยอดเยี่ยม ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม รับเงินรางวัล รางวัลละ 20,000 บาท และสโมสรดีเด่น รับ 50,000 บาท ซึ่งทีมแชมป์จะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันฟุตซอลสโมสรชิงแชมป์เอเชียในช่วงกลางปี 2020 ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหว ผ่านช่องทางออนไลน์ : ThaiBev ThaiTalent และ www.thaibevthaitalent.com