Chang Soccer School บันไดสู่นักเตะอาชีพ เพื่อเส้นทางสู่ทีมชาติไทย

 

การเป็น “นักฟุตบอล’ ถือเป็นอาชีพในฝันของหลายๆคน เพราะได้สร้างชื่อเสียง คุณค่า และสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอย่างมากมายมหาศาล อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศบ้านเกิด

 

แต่กว่าจะเติบโตสู่การเป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงนั้น เส้นทางที่ต้องต่อสู้ และแข่งขัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฝ่าฝันอุปสรรคหลากหลายทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

 

 

ในอดีตกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ยังไม่ได้รับความนิยมเช่นในปัจจุบัน จึงทำให้จำนวนนักเตะในตอนนั้นมีไม่มาก จึงต้องเร่งสร้างกระดูกตั้งแต่ระดับเยาวชน จึงได้มีการริเริ่มโครงการสร้างนักฟุตบอลเยาวชน ตามโรงเรียนต่างๆมากว่า 20 ปีที่แล้ว และมีเพียงแค่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย

 

 

ยังมีโรงเรียนหนึ่ง ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และเจตนารมณ์ที่จะเป็นผู้สร้างนักเตะเยาวชนให้กับวงการฟุตบอลไทย นั่นคือ โครงการช้างเผือก โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ที่ได้ลงพื้นที่ทั่วประเทศไทย เฟ้นหาช้างเผือกในป่าใหญ่มานานกว่า 18 ปี  โดยเริ่มต้นจากการลงพื้นที่สอนทักษะฟุตบอล และคัดเยาวชนฝีเท้าดีเข้าเป็นนักฟุตบอลในโรงเรียน

 

 

ซึ่งการคัดเลือกที่ผ่านมา ได้ค้นพบดวงดาวอันโดดเด่นหลากหลายดวง ซึ่งได้จุดประกายสู่การเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยหลากหลายคน ไม่ว่าจะเป็น

 

 

“ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ “ซูเปอร์เซฟ” ประตูทีมชาติไทย ที่เข้าสู่โครงการช้างเผือก ด้วยวัย 12 ปี โดยเริ่มต้นศึกษาในชั้นม.1 ฝึกฝนและลงเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู และด้วยความสามารถในการเซฟลูก ทำให้ติดทีมชาติเยาวชนชุดแรกตั้งแต่ U-12 และรุ่นอื่นๆ จนก้าวสู่การเป็นผู้รักษาประตูทีมชาติชุดใหญ่ และช่วยให้ทีมชาติไทยได้แชมป์ในหลากหลายรายการ จนได้รับฉายา “กวินทร์บินได้” และได้รับตำแหน่งกัปตันทีมชาติไทย ด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่สะสมมาเป็นเวลานาน จนได้รับโอกาสเดินทางไปค้าแข้งที่ประเทศเบลเยี่ยม ในตำแหน่งผู้รักษาประตู สโมสรฟุตบอลอุด-เฮเวอร์ลี ลิวเวน

 

 

“มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีมชาติไทย วัย 31 ปี ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เลือกอาชีพค้าแข้งตั้งแต่วัยเด็ก โดยเริ่มต้นการคัดเลือกจากหลากหลายแห่ง จนในที่สุดได้ตัดสินใจเข้าคัดเลือกในโครงการช้างเผือก ของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี และเป็น 1 ในนักเตะตัวจริงของทีม ติดทีมชาติชุดเยาวชน U-17, U-19, U-23 และทีมชาติชุดใหญ่ และมีโอกาสได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ค้าแข้งที่ต่างแดนยังสโมสรอัลมาเรีย ประเทศสเปน เป็นเวลา 1 ปี และในเจลีกกับทีมซานเฟรชเช่ ฮิโรชิมา อีก 1 ปี และได้กลับมาเล่นในตำแหน่งกองหน้าทีมชาติไทย และได้กลายเป็น กัปตันทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน

 

 

“ตัง” สารัช อยู่เย็น กองกลางสุดหล่อ ที่เริ่มต้นการเรียนและเล่นฟุตบอลจากโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ และได้ย้ายไปเรียนชั้น ม.1 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ นครราชสีมา และก้าวสู่รั้วโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ในชั้นม.ปลาย ฝึกฝน ฝึกซ้อมอย่างหนัก จนทำให้ติดทีมชาติในชุดเยาวชนมากมาย และทีมชาติไทยในปัจจุบัน แม้จะห่างหายจากทีมชาติไทยมานาน เพราะอาการบาดเจ็บ ในที่สุดเจ้าตังก็มีรายชื่อติดทีมชาติไทยชุดใหญ่อีกครั้งในชุดสู้ศึก China Cup 2019

 

 

“อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน กองหลัง“ซ้ายมหัศจรรย์” จากเด็กหนุ่มนักฟุตบอลโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร ที่มุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างจริงจัง สู่การเป็นนักกีฬาโครงการช้างเผือก โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ในวัย 15 ปี และได้ลงเล่นทีมชาติทุกชุด ด้วยทักษะความสามารถเฉพาะตัว กับความเป็น ซ้ายธรรมชาติ จึงทำประตูเจ้าอุ้ม ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพค้าแช้งในประเทศไทย จนก้าวสู่การค้าแข้งยังแดนซามูไร ในตำแหน่งกองหลัง สโมสรวิสเซล โคเบะ และในปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่ที่สโมสร โยโกฮามะ เอ็ฟ มารินอส ด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ปี

 

นอกจากนี้ยังมีนักฟุตบอลอีกมากมายที่เกิดและเติบโตจากโครงการช้างเผือก โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ไม่ว่าจะเป็น ประกิต ดีพร้อม , สุพรรณ ทองสงค์ , ชนานันท์ ป้อมบุปผา , ประวีณวัช บุญยงค์ , นฤพล อารมณ์สวะ , ชินภัทร สีเอาะ , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม  และน้องๆเยาวชนอีกมากมายจากโครงการช้าง ซอคเกอร์ สคูล ที่ก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และทีมชาติ

 

 

โดย “เครื่องดื่มตราช้าง” ได้ร่วมกับ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ในการเฟ้นหาช้างเผือกมากว่า 10 ปี และในปีนี้ เรายังคงเดินหน้าเฟ้นหาช้างเผือกจิ๋วรุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี ในโครงการ “ช้าง ซอคเกอร์ สคูล” ลงพื้นที่ 6 สนามทั่วประเทศ และมีน้องๆเยาวชนเข้าร่วมคัดเลือกมากกว่า 6,000 คน และในที่สุดได้คัดเลือกสุดยอดแข้งจิ๋วจากทั่วประเทศ รวม 56 คน เข้าอบรม “ช้าง ซอคเกอร์ สคูล แคมป์” เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 9-15 มีนาคม 2562 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี และจะคัดเลือกสุดยอดแข้งจิ๋วที่สู่การเป็นนักกีฬาฟุตบอลโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี และเข้าศึกษาในชั้นประถมศึกษา จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลาย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ซึ่งจะประกาศรายชื่อในวันที่ 16 มีนาคม 2562

 

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลิตนักฟุตบอลที่มีคุณภาพสู่วงการฟุตบอลไทย และเป็นสิ่งที่เครื่องดื่มตราช้าง มุ่งมั่นและตั้งใจพัฒนาวงการลูกหนังไทยมาอย่างยาวนาน และในอนาคตอันใกล้เราจะได้เห็นน้องๆเยาวชนเหล่านี้เติบโตไปสู่การเป็นนักฟุตบอลที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวผ่านช่องทางออนไลน์ : ThaiBev ThaiTalent และ www.thaibevthaitalent.com