ระเบิดศึกแห่งศักดิ์ศรี จากฟุตบอลถ้วยสู่การแข่งขันลีกสูงสุดของประเทศ ฟุตบอลไทยลีก 2019

 

การแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทย ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2459 โดยเป็นการแข่งขันฟุตบอล ที่ใช้ชื่อว่า “ถ้วยใหญ่” หรือที่เป็นที่รู้จักกันในนาม “ถ้วยพระราชทานประเภท ก.” และได้ดำเนินการแข่งขันเรื่อย จนในที่สุดได้มีการแข่งขันฟุตบอลในระบบลีกขึ้น ซึ่งเป็นแบบแผนเดียวกันกับมี่ใช้ในประเทศอังกฤษ โดยการแข่งขันฟุตบอลระบบลีก เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ 24 ปีที่แล้ว หรือปี 2539 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดตั้งการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ เพื่อให้เป็นไปตามระบบการแข่งขันฟุตบอลในระดับสากล และใช้ชื่อว่า “ไทยแลนด์ ซอคเกอร์ ลีก”โดยในปีนั้นมีทีมสโมสรเข้าร่วมทั้งสิ้น 16 ทีม และเริ่มแข่งขันตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเดือนตุลาคมเป็นประจำทุกปี โดยทำการแข่งขันแบบพบกันหมด สองนัดเหย้าเยือนรวม 30 นัดต่อฤดูกาล ซึ่งในปีนั้นทีมแชมป์ทีมแรกในระบบลีก คือ ทีมสโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงเทพ

 

ในปี 2541 ได้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันให้มีความเป็นสากลมากขึ้น จาก “ไทยแลนด์ ซอคเกอร์ ลีก” เป็น “ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก”

ปี 2544 เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง จาก“ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก” เป็น “ไทยลีก”

ปี 2549 เปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อ “ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก”

ปี 2552 ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง จาก“ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก” เหลือเพียง “ไทย พรีเมียร์ ลีก”

 

และล่าสุดเมื่อปี 2559 หลังจากมีการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยคนใหม่ จากนายวรวีร์ มะกุดี เป็น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ได้มีมติเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นการแข่งขันฟุตบอล “ไทยลีก” จนถึงปัจจุบัน

 

 

โดยทีมที่คว้าแชมป์ไทยลีกสูงสุดได้แก่ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สามารถคว้าแชมป์ 6 สมัย ในปี 2554, 2556, 2557, 2558, 2560 และปีล่าสุด 2561

 

อันดับ 2 ได้แก่ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาลของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์ 4 สมัย ในปี 2552, 2553, 2555 และ2559

 

อันดับ 3 เป็นทีมสโมสรที่สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้ 2 สมัย ซึ่งประกอบด้วย “อินทรีทัพฟ้า” สโมสรทหารอากาศ หรือ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด เอฟซี ในปัจจุบัน ที่เคยคว้าแชมป์ไปในปี 2540, 2542
“มังกรไฟ” บีอีซี เทโร ศาสน หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “มังกรโล่ห์เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี ซึ่งเคยคว้าแชมป์ในปี 2543, 2544 และ“นกวายุภักษ์” สโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทย ที่เคยคว้าแชมป์ในปี 2545, 2546

 

ส่วนสโมสรที่เคยคว้าแชมป์สมัยเดียว ได้แก่ “แบงค์บัวหลวง” ทีมสโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงเทพ ที่คว้าแชมป์ครั้งแรกของการแข่งขันระบบลีกเมื่อปี 2539 และเป็นทีมทึ่สามารถคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทาน ก.ไปถึง 9 สมัย ซึ่งปัจจุบันได้ยุติการทำทีมไปในปี 2551 หลังจบฤดูกาลที่อันดับ 14 และตกชั้นไปสู่การแข่งขันในดิวิชั่น 1

 

 

“เสือสามย่าน” สโมสรสินธนา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บิ๊กแบงซียู” สโมสรฟุตบอลบิ๊กแบง จุฬาฯ ยูไนเต็ด ที่เคยคว้าแชมป์ในปี 2541 และได้ยุติการทำทีมในปี 2560  ด้าน “สิงห์อมควัน” สโมสรฟุตบอลยาสูบ ซึ่งเคยคว้าแชมป์ในปี 2547 และ “ทีมเทพ” สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่เคยคว้าแชมป์ในปี 2549 และคว้ารองแชมป์ไทยลีกเมื่อปีที่ผ่านมา

 

 

“ฉลามชล” สโมสรชลบุรี เอฟซี ก็เคยคว้าแชมป์ในปี 2550  และ “มนุษย์ไฟฟ้า” สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่เคยคว้าแชมป์ในปี 2551 ซึ่งได้ขายสิทธิ์การทำทีมไปในปี 2552 และได้กลายเป็น “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน

 

สำหรับการแข่งขันยังคงเป็นการแข่งขันแบบพบกันหมด แบบเหย้าเยือน ซึ่งในฤดูกาล 2019 จำนวนทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันมีทั้งสิ้น 16 ทีมจากระบบเดิม 18 ทีม ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 30 นัด
โดยเริ่มการแข่งขันนัดแรก ในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่าง “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เปิดบ้านมิตรผล สเตเดี้ยมรับการมาเยือนของ “ช้างขาวจ้าวเกาะ”ตราด เอฟซี ดีกรี รองแชมป์ไทยลีก 2 ที่เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 1 เป็นครั้งแรก

 

ส่วนในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 จะเป็นการแข่งขันระหว่าง

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดสนามช้าง อารีนา พบ “ชลบุรี เอฟซี”

“นกยักษ์พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล เปิดบ้านรับ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี

“พลังเพลิง” พีทีที ระยอง พบ “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

“เขี้ยวสมุทร” สมุทรปราการ ซิตี้ พบ “พยัคฆ์ล้านนา”เชียงใหม่ เอฟซี


ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นการแข่งขันของ

“ค้างคาวไฟ”สุโขทัย เอฟซี เปิดรังพบ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด

“กิเลนผยอง”เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี

“กว่างโซ้งมหาภัย”เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี

 

 

โดยการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศ จะเริ่มเปิดฤดูกาล 2019 โดยทุกสโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันนั้นต่างมีเป้าหมายที่จะจบอันดับด้วยเลขตัวเดียว และขอจบอันดับ Top 5 ส่วนทีมหัวตารางนั้นขอรักษาแชมป์ และขอทวงคืนแชมป์กันทั้งนั้น ต้องมาลุ้นกันว่าทีมใดจะเก็บ 3 แต้มแรกได้สำเร็จ และทีมใดจะคว้าแชมป์ฟุตบอลไทยลีกในฤดูกาล 2019 ไปครอง

 

สำหรับแฟนๆลูกหนังไทย สามารถร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ทีมในดวงใจ พร้อมร่วมกิจกรรมรับของที่ระลึกได้ผ่านช่องทางออนไลน์ : ThaiBev ThaiTalent www.thaibevthaitalent.com