“ช้าง” สานต่อล้านความฝัน เคียงข้างวงการฟุตบอลไทย 

 

จากความสำเร็จตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ “เครื่องดื่มตราช้าง” ผู้สนับสนุนหลักวงการฟุตบอลไทย ได้มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับกีฬาลูกหนังให้เทียบเท่านานาประเทศ ไม่ใช่เพียงพัฒนาในด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น แต่“ช้าง” ได้พัฒนากีฬาฟุตบอลแบบทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับเยาวชน อาชีพ และทีมชาติ รวมถึงการผลิตนักฟุตบอลที่มีคุณภาพคืนสู่วงการลูกหนังไทยอย่างต่อเนื่อง

 

 

โดยเมื่อกลางปี 2018 “บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)” หรือที่รู้จักกันดีในนามเจ้าของ“ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตราช้าง” ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ในการเปิดตัวเป็นพันธมิตรโกลบอลพาร์ตเนอร์ ทีมสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2015-2016 โดยได้ติดโลโก้เบียร์ไซง่อน หนึ่งในสินค้าในเครือไทยเบฟฯ บนแขนเสื้อของชุดแข่งฤดูกาล 2018/2019 ซึ่งถือเป็นความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในการร่วมกันพัฒนาวงการฟุตบอลในระดับสากลและมีเป้าหมายในการร่วมกันพัฒนาฟุตบอลในประเทศไทยให้มั่นคงยิ่งขึ้น

 

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “เครื่องดื่มตราช้าง” ยังคงพัฒนากีฬาฟุตบอลในระดับรากหญ้า โดยให้ความสำคัญของเยาวชนผู้มีใจรักในกีฬาฟุตบอลแต่ยังขาดโอกาส จึงเปิดฟรีคลินิคสอนทักษะฟุตบอลให้กับเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ณ สนามไทยเบฟ ฟุตบอล อะคาเดมี่ และได้ขยายโอกาสการเข้าถึงกีฬาฟุตบอลไปยังพื้นที่ห่างไกล ไม่ว่าจะเป็นชุมชนเล็ก ชุมชนใหญ่ หรือถิ่นทุรกันดาร กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงยังเดินทางไปสอนทักษะฟุตบอลยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว ในโครงการ “ช้าง โมบาย ฟุตบอล ยูนิต” คลินิคฟุตบอลเคลื่อนที่แห่งแรกของประเทศไทย นำ“โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล  ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมผู้ฝึกสอนระดับไลเซนส์ รับรองมาตรฐานจากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ลงสนามสอนทักษะ เทคนิค และแทคติกต่างๆในกับน้องๆเยาวชน และคัดเลือกเยาวชนฝีเท้าดีจากแต่ละสนาม เข้าร่วมอบรมทักษะฟุตบอลขั้นสูงอันเข้มข้นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในโครงการ “ช้าง แอดวานซ์ ฟุตบอล แคมป์” และหากน้องๆคนใดมีแววโดดเด่น ก็อาจจะได้รับเลือกเข้าเป็นนักฟุตบอลในสโมสรชื่อดังของประเทศไทย

 

 

นอกจากนี้ยังจัดตั้งศูนย์ฝึกฟุตบอล“ช้าง ฟุตบอล ชุมชน” รวม 5 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ โรงเรียนโคกตะเคียนวิทยา จ.สุรินทร์, โรงเรียนชุมชนบ้านบุเปือย จ.อุบลราชธานี, โรงเรียนกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี, ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา จ.สมุทรปราการ และศูนย์ฝึกฟุตบอลม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อให้น้องๆเยาวชนได้เรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาความสามารถในด้านของกีฬาฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา “ช้าง” ได้สานฝันเยาวชนไทย เดินทางไปมอบโอกาสในพื้นที่ห่างไกลใน 60 จังหวัด รวมกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ มีน้องๆเยาวชนทั้งชายและหญิงมากกว่า 100,000 ชีวิต ที่เข้าร่วมโครงการ และเติบโตไปเป็นนักฟุตบอลที่มีคุณภาพของประเทศ

 

 

ด้านเวทีประลองแข้งจิ๋ว “ช้าง จูเนียร์ คัพ” ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่มีเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าแข่งขันเป็นจำนวนมาก และเป็นเวทีสู่ความสำเร็จของเยาวชนผู้มีฝัน ในรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ที่จะได้ลงสนามลับแข้งกับทีมเยาวชนจากสโมสรทั่วประเทศ เพื่อชิงตั๋วบินลัดฟ้าไปสัมผัสประสบการณ์ยังแหล่งต้นกำเนิดลูกหนัง ประเทศอังกฤษ และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่ความสำเร็จในการก้าวไปสู่การนักฟุตบอลอาชีพและทีมชาติ  ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนที่เข้าร่วมการโครงการกว่า 20,000 คน และเยาวชนที่ผ่านการแข่งขันช้าง จูเนียร์ คัพ ล้วนเติบโตไปเป็นนักฟุตบอลเยาวชนแถวหน้าของทีมสโมสรและทีมชาติไทยนับไม่ถ้วน

 

โดยในปี 2018 แชมป์ตกเป็นของทีมโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ซึ่งคว้าแชมป์ได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 3 และเป็นแชมป์ 2 สมัยติดต่อกัน ส่วนรางวัลพิเศษ Most Talented Player ตกเป็นของนักฟุตบอลจากทีมโรงเรียนเทศบาล 1 สมุทรปราการ ซึ่งจะได้ร่วมเดินทางไปในประเทศอังกฤษ เรียนรู้เรื่องของกีฬาฟุตบอลจากแหล่งต้นกำเนิดประวัติศาสตร์ลูกหนัง เยี่ยมชมสนามแข่งขันสโมสรชั้นนำ ลงสนามฝึกทักษะฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกจากผู้ฝึกสอนสโมสรเอฟเวอร์ตัน และเลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรกับเยาวชนจากสโมสรชั้นนำของเกาะอังกฤษ ในเวลากว่าสัปดาห์

 

 

นอกจากการเปิดคลินิคสอนทักษะฟุตบอลและการแข่งขันฟุตบอลแล้ว “ช้าง” ยังก่อตั้ง “กองทุนช้างศึก” โดยมอบเงินสนับสนุนปีละ 10 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี รวม 100 ล้านบาท เพื่อให้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้นำไปใช้ในการวางแผน สร้างรากฐาน โดยเฉพาะการพัฒนานักฟุตบอลไทยในเยาวชนระดับเยาวชน ให้เติบโตไปอย่างมั่นคงและมีคุณภาพ และเตรียมความพร้อมในการเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่

 

 

และ “ช้าง” ยังร่วมมือกับ “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” และ“สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย”(AFC) จัดโครงการเปิดหลักสูตรอบรมผู้ฝึกสอนฟุตบอลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยเริ่มต้นตั้งแต่ระดับรากหญ้า เปิดโครงการอบรม “Introductory Coaching Course” ซึ่งเป็นการอบรมทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐานรวม 10 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการอบรมระดับ C-License จนถึงระดับ B-License โดยในปีนี้ “ช้าง” ได้จัดการอบรม “Chang AFC-C Coaching Certificate Course 2018” โดยเปิดรับสมัครผู้ฝึกสอนจากทั่วประเทศ เข้าฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 24 คน ซึ่งมีทั้งผู้ฝึกสอนมากความสามารถจากสโมสรและอะคาเดมี่ต่างๆ รวมถึงอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ได้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้

 

 

สำหรับทีมชาติไทย “ช้าง” ยังคงให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างช้างศึกไทย แม้ว่าในปีนี้ผลงานจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยคว้ารองแชมป์ จากการแข่งขันฟุตบอล King’s Cup 2018 และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศการแข่งขัน AFF Suzuki Cup 2018 เท่านั้น แต่พวกเรา “ช้างศึกเบอร์ 12” ยังคงเอาใจช่วย ช้างศึกทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอล AFC Asian Cup 2019 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ประเทศไทย ได้ลงทำการแข่งขัน หลังจากลงแข่งขันครั้งล่าสุดเมื่อปี 2007 โดยทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเอ พบกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อินเดีย และบาเรนห์ และช้างศึกเบอร์ 12 กองเชียร์ทีมชาติไทย ยังคงให้กำลังใจและร่วมเชียร์ทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

 

 

ส่วนการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกในบ้านเราก็เข้มข้นไม่แพ้กัน โดยทีมสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านช้าง อารีน่า จ.บุรีรัมย์ ฉลองชัย หลังเก็บ 84 แต้มเป็นแชมป์ไทยลีก สมัยที่ 6 หลังจากที่เคยคว้าแชมป์มาเมื่อฤดูกาล 2011, 2013, 2014, 2015 และ 2017 มาแล้ว

 

 

 

ในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยน๊อคเอ้าท์ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีที่ว่างสำหรับผู้แพ้ “ช้าง เอฟเอ คัพ 2018” ในปีนี้ “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด เอาชนะ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไป 3-2 คว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยน็อคเอ้าท์ไปเป็นสมัยที่ 2 โดยทั้ง 2 ทีมจะลงสนามแข่งขันกันอีกครั้ง ในศึกฟุตบอลแชมป์ชนแชมป์ใน รายการ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562

 

ไม่เพียงแค่ฟุตบอลถ้วยใหญ่ “ช้าง” ยังได้จัดแข่งขันฟุตบอลถ้วยน๊อคเอ้าท์ของแข้งจิ๋ว ยู-10 “ช้าง เอฟเอ จูเนียร์ คัพ” โดยแชมป์ในปีนี้ตกเป็นของทีมวัดกู้ จูเนียร์ จ.นนทบุรี นอกจากนี้ยังได้จัดคลินิคสอนทักษะฟุตบอลน้องๆในทุกๆรอบของการแข่งขัน กับ“ช้าง เอฟเอ คัพ ฟุตบอล คลินิค” และคัดเลือกเยาวชนฝีเท้าดี เข้าร่วมติวศาสตร์ลูกหนังระดับทีมชาติกับผู้ฝึกสอนจากเอคโคโน่ ณ ศูนย์ฝึกกีฬาเยาวชนแห่งชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ ธนบุรี กับ “ช้าง เอฟเอ คัพ ฟุตบอล แคมป์” อีกด้วย

 

 

และที่ขาดไม่ได้คือมหกรรมฟุตบอลที่ทุกคนรอคอยมาตลอดระยะเวลา 4 ปี กับ “มหกรรมฟุตบอลโลก 2018” โดยเครื่องดื่มตราช้าง ได้ร่วมกับเหล่าพันธมิตร ส่งคืนความสุขให้กับพี่น้องชาวไทย สนับสนุนการถ่ายทอดสด ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2018 ให้พี่น้องชาวไทย ให้ได้รับชมฟุตบอลโลกฟรีในทุกแมตช์การแข่งขัน โดยมี Amarin TV ช่อง 34 เข้าร่วมถ่ายทอดสดในนัดสำคัญต่างๆ

 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นและตั้งใจของเครื่องดื่มตราช้าง ในการสานฝันของเยาวชน พร้อมสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนา และผลักดันวงการฟุตบอลไทยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ส่วนในปี 2019 เครื่องดื่มตราช้าง จะเริ่มต้นกิจกรรมดีๆที่ใด ติดตามได้ที่ Facebook, Youtube : ThaiBev ThaiTalent และ www.thaibevthaitalent.com